ห้องสมุดดิจิทัล
หมายถึงห้องสมุดที่ต้องการเทคโนโลยีเครือข่ายเพื่อเชื่อมโยงแหล่งสารสสนเทศที่อยู่หลาย ๆ แหล่งและการเชื่อมโยงนั้นต้องไม่ยุ่งยากสำหรับผู้ใช้และสามารถเข้าถึงทรัพยากรสารสนเทศได้อย่างกว้างขวางเป็นสากล คอลเลคชั่นที่เก็บไม่จำกัดเฉพาะเอกสาร แต่ยังครอบคลุมถึงวัสดุดิจิตอลอื่น ๆ ที่สร้างขึ้น ซึ่งไม่อยู่ในรูปแบบของสิ่งพิมพ์ องค์ประกอบของห้องสมุดดิจิตตอล ได้แก่
1. ส่วนเชื่อต่อ ผู้ใช้ (User interface) ประกอบด้วย 2 ส่วนคือ ส่วนสำหรับผู้ใช้และส่วนสำหรับผู้
ควบคุมโดยผู้ใช้สามารถใช้เว็บบราวเซอร์ในการติดต่อกับส่วนบริการผู้ใช้ได้
2. รีพอสิโทริ (Repository) คือที่เก็บและจัดการดิจิตอลออบเจ็กต์และข้อมูลต่าง ๆ
3. ระบบควบคุม (Handle system) คือระบบที่ทำหน้าที่แสดงดิจิตอลออบเจ็กต์
4. ระบบการค้นหา (Search system) คือระบบที่ทำหน้าที่ค้นหาข้อมูลก่อนการเข้าไปใช้ข้อมูล จาก รีพอสิโทริ ฐานข้อมูลสำหรับห้องสมุดดิจิตอล แบ่งได้เป็น 1. ฐานข้อมูลสื่อผสม (Multimedia database) ใช้ในการนำเสนอสารสนเทศที่ไม่จำเป็นต้องเรียงลำดับ และประกอบด้วยสื่อหลาย ๆ แบบ 2.ฐานข้อมูลเต็มรูปแบบ (Full-text database) เป็นลักษณะฐานข้อมูลที่บันทึกเรื่องราวทั้งหมดเข้าเครื่องคอมพิวเตอร์ในรูปแบบที่เครื่องอ่านได้ เมื่อต้องการใช้ก็สามารถเรียกข้อมูลขึ้นมาอ่านได้เหมือนกับการอ่านหนังสือทั้งเล่ม 3.ฐานข้อมูลภาพลักษณ์ (Image database) เป็นฐานข้อมูลเต็มรูปชนิดหนึ่งผลิตได้จากการใช้เครื่องสแกนเนอร์อ่านเอกสารหรือสารสนเทศใด ๆ หรือใช้กล้องถ่ายรูป หรือวีดิทัศน์ภาพถ่ายต่าง ๆ เข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ รูปแบบการจัดการฐานข้อมูลของห้องสมุดดิจิตตอล ประกอบด้วย 2 ส่วนคือ ทรัพยากรสารสนเทศที่อยู่ในรูปวัสดุสิ่งพิมพ์และทรัพยากรสารสนเทศที่อยู่ในรูปวัสดุอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งทรัพยากรทั้ง 2 ส่วนนี้อาจมาจากแหล่งภายนอก หรือ มาจากแหล่งภายในของห้องสมุดดิจิตอลเอง ทรัพยากรสารสนเทศที่อยู่ในรูปวัสดุสิ่งพิมพ์จะต้องผ่านกระบวนการแปลงสารสนเทศจากวัสดุสิ่งพิมพ์ให้อยู่ในรูปของดิจิตอล โดยอาจจะสแกนแล้วแปลงเป็นตัวอักษรด้วยซอฟต์แวร์ประเภท Optical Character Recognition เพื่อให้สามารถนำข้อมูลออกมาใช้ในลักษณะของตัวอักษรได้ ส่วนทรัพยากรสารสนเทศที่อยู่ในรูปวัสดุอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นสารสนเทศที่อยู่ในรูปดิจิตอลแล้ว แต่อาจมีการจัดเก็บในรูปแบบที่แตกต่างกัน ต้องทำการแปลงวัสดุอิเล็กทรอนิกส์เหล่านี้ให้อยู่ในรูปแบบที่ห้องสมุดดิจิตอลนั้น ๆ จะสามารถรองรับได้
ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหาบทบาทของห้องสมุดในยุคแรกเป็นแหล่งเก็บรักษา รวบรวมมรดกทางปัญญาและมรดกทางวัฒนธรรมของมนุษย์ ห้องสมุดจึงเป็นศูนย์กลางสำหรับการจัดเก็บหนังสือ และเอกสารสำคัญ ในส่วนของการให้บริการทรัพยากรห้องสมุดยังคงอยู่ในรูปแบบของสิ่งพิมพ์เป็นหลัก โดยอาศัยเทคโนโลยีที่ใช้ในการบันทึกข้อมูลต่าง ๆ เช่น กระดาษ วัสดุย่อส่วน เทปบันทึกเสียง ฯลฯ โดยใน ระยะแรกใช้บัตรรายการ (card catalog) เป็นเครื่องมือในการสืบค้นทรัพยากรสารสนเทศ ยุคต่อมา ความเจริญก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีมีมากขึ้น ห้องสมุดจึงได้นำคอมพิวเตอร์มาช่วยในการดำเนินงาน โดยการนำระบบห้องสมุดอัตโนมัติมาใช้ ซึ่งทำให้ผู้ปฏิบัติงานได้รับความสะดวกและ ช่วยลดความซ้ำซ้อนของงานทำให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น ต่อมาทรัพยากรสาร-สนเทศได้เปลี่ยนรูปแบบจากสื่อสิ่งพิมพ์ไปสู่รูปแบบสื่ออิเล็กทรอนิกส์รูปแบบของการดำเนินงานและการให้บริการของห้องสมุด จึงเปลี่ยนไปจากเดิม ความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ได้ส่งผลให้พฤติกรรมในการค้นหาสารสนเทศของผู้ใช้เปลี่ยนไปด้วย ผู้ใช้บริการสามารถค้นหาความรู้จากแหล่งความรู้ต่าง ๆ ทั่วโลกผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตโดยไม่จำเป็นต้องมาที่ห้องสมุด เทคโนโลยีทางด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีทางด้านโทรคมนาคมเป็นเครื่องมือสำคัญที่นำมาใช้ในการพัฒนาระบบงานของห้องสมุดเพื่อสนองความต้องการของผู้ใช้ บทบาทและรูปแบบของห้องสมุดจึงต้องปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับความก้าวหน้าของเทคโนโลยีตลอดจนสภาพการณ์ของสังคมโดยยังคงยึดความสำคัญของห้องสมุด คือการจัดการข้อมูลเพื่อให้พร้อมสำหรับบริการผู้ใช้อย่างรวดเร็วและทันเวลา จากการวิจัยของไรเชล (Reichel, 1993, pp. 2707-A อ้างถึงใน ฐปนี สินธุพงษ์,2543, หน้า 3) ได้วิจัยเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากปริมาณสารสนเทศที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วคาดว่าในปี ค.ศ. 2001 สารสนเทศที่อยู่ในรูปสิ่งพิมพ์จะลดลงและเปลี่ยนไปอยู่ในรูปแบบสื่ออื่น ๆเช่น วีดิทัศน์และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีสารสนเทศทำให้มีการผลิตเอกสารอิเล็กทรอนิกส์หรือข้อมูลในรูปแบบของดิจิทัลแพร่หลายมากขึ้น ความจำเป็นในการจัดการข้อมูลดิจิทัล หรือเอกสารอิเล็กทรอนิกส์อย่างเป็นระบบและมีมาตรฐาน เพื่อการอนุรักษ์และเผยแพร่สารสนเทศแก่ผู้ใช้จึงเป็นบทบาทและหน้าที่ที่สำคัญของห้องสมุด ผู้ปฏิบัติงานต้องปรับตัวให้สอดคล้องกับสภาพความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี รูปแบบของห้องสมุดยุคใหม่เกี่ยวข้องกับการสร้างฐานข้อมูลเอกสารเต็มรูปและข้อมูลมัลติมีเดียมากขึ้น มีการพัฒนารูปแบบการเข้าถึงข้อมูลให้ง่ายต่อการใช้ ด้วยการเสนอข้อมูลโดยใช้เทคโนโลยีเว็บ (web technology) การเข้าถึงข้อมูลผ่านอินเทอร์เน็ต(internet access) และการเชื่อมโยงข้อมูลด้วยเครื่องลูกข่ายและเครื่องแม่ข่าย (client /server) ห้องสมุดดิจิทัล เป็นแนวคิดใหม่ในเรื่องการจัดเก็บข้อมูลสื่อประสม (multimedia)ห้องสมุดดิจิทัลจึงเป็นตัวเสริมห้องสมุดปกติที่เก็บเฉพาะข้อมูลหนังสือและวารสาร ห้องสมุดดิจิทัลมีลักษณะการทำงานคล้ายกับระบบห้องสมุดปกติ แต่จะซับซ้อนในแง่ที่ต้องบริหารข้อมูลเนื้อหาที่เป็นดิจิทัล ไม่ว่าจะอยู่ในรูปของตัวอักษร (text) ภาพ (image) เสียง (sound) หรือ วิดีทัศน์ (video)(อุบล สุทธนะ, 2541, หน้า 33) ลักษณะโดยรวมของห้องสมุดดิจิทัลนั้นเน้นระบบการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร (access) ได้โดยง่ายและรวดเร็วด้วยกระบวนการอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งมีหลายประการ ได้แก่ (สมชาย สมผดุง, 2544, หน้า 67-68) มีการจัดเก็บทรัพยากรสารสนเทศในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ ทำให้ข้อมูลไม่เสื่อมสลายง่ายไปตามกาลเวลาเหมือนข้อมูลที่เป็นสิ่งตีพิมพ์ รวมถึงประหยัดเนื้อที่ในการจัดเก็บ ประหยัดค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาสถานที่ ค่าพนักงานให้บริการ ค่าพนักงานทำความสะอาดและอื่น ๆ ประหยัดเวลาในการเดินทางไปห้องสมุด สามารถเปิดให้บริการได้ตลอดเวลาไม่มีวันหยุด ผู้ใช้บริการสืบค้นข้อมูลข่าวสารได้ทั้งในระยะใกล้และระยะไกล ไม่จำกัดเวลาและสถานที่ และสั่งสำเนาข้อมูลข่าวสารได้ด้วยตนเอง ผู้ใช้บริการสามารถสืบค้นข้อมูลพร้อมกันหลาย ๆ คนได้ในเวลาเดียวกัน มีระบบค้นคืนที่ง่ายและรวดเร็ว ห้องสมุดดิจิทัลไม่เพียงแต่เน้นการเสนอเนื้อหาของข้อมูล แต่เป็นช่องทางการสื่อสารที่ทำให้ผู้ใช้ข้อมูลมีสิทธิในการได้รับข้อมูลข่าวสารแลแลกเปลี่ยนความรู้กันได้ทั่วโลก โดยปราศจากข้อจำกัดต่าง ๆ การพัฒนาระบบห้องสมุดดิจิทัลเป็นวิธีการที่ช่วยให้ข้อมูลข่าวสารและความรู้ไปถึงผู้ต้องการใช้ข้อมูลข่าวสารนั้น โดยการจัดการเนื้อหาไว้ในฐานข้อมูลเพื่อให้สามารถเผยแพร่และสืบค้นออนไลน์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ตได้ หลายประเทศได้ให้ความสนใจและให้การสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาโครงการห้องสมุดดิจิทัล ตั้งแต่ปี 1990 เป็นต้นมา อาทิเช่นโครงการ American Memory Pilot เป็นโครงการใน National Digital Library Program ของห้องสมุดรัฐสภาอเมริกัน ซึ่งเป็นการเก็บข้อมูลทรัพยากรที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ของอเมริกาไว้ในรูปแบบดิจิทัล ในประเทศอังกฤษมีการส่งเสริมให้เสนอแผนงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับห้องสมุดดิจิทัล เพื่อหาแนวทางในการใช้เทคโนโลยีในการปรับปรุงการเข้าถึงสารสนเทศโดยการสนับสนุนของหอสมุดแห่งชาติอังกฤษ ในความรับผิดชอบของ British Library Research and Innovation Centerโดยเน้นการพัฒนาเทคโนโลยี เช่น เทคโนโลยี ดิจิทัลและเทคโนโลยีการสื่อสารที่มีผลต่อสารสนเทศและห้องสมุด (น้ำทิพย์ วิภาวิน, 2541, หน้า 9, 16) โครงการห้องสมุดดิจิทัลของมหาวิทยาลัยคาร์เนกี้ เมลลอน (Carnegie Mellon University) และสถานีโทรทัศน์ WQEDได้ร่วมมือผลิตสื่อมัลติมีเดียในรูปแบบของดิจิทัลสำหรับห้องสมุดวิดีทัศน์ ซึ่งเป็นโครงการที่สนับสนุนการเรียนด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ โดยนักเรียนสามารถเลือกบางตอนของวิดีทัศน์ที่สนใจจากเครื่องคอมพิวเตอร์ที่บ้านได้ (อุทัย ทุติยโพธิ, 2539, หน้า 28) ประเทศที่มีการศึกษาเกี่ยวกับห้องสมุดดิจิทัล อีกประเทศคือ ประเทศนิวซีแลนด์ซึ่งมีโครงการพัฒนาห้องสมุดดิจิทัลโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่วัฒนธรรม อนุรักษ์ทรัพยากรอันมีค่าของชาติและศึกษาการมุ่งพัฒนาระบบให้ผู้ใช้สามารถสืบค้นสารสนเทศที่ไม่ได้จัดหมวดหมู่บนอินเทอร์เน็ตได้อย่างสะดวกและมีประสิทธิภาพ (Computer Science Technology Reports, 2000, pp. 1-3) ประเทศไทยมีการเผยแพร่แนวคิดของห้องสมุดดิจิทัลและมีโครงการจัดเก็บสารสนเทศในรูปแบบดิจิทัลอยู่หลายโครงการด้วยกัน ได้แก่ ศูนย์บริการสารสนเทศทางเทคโนโลยี (TIAC)ได้จัดเก็บข้อมูลวิทยานิพนธ์ในทุกสาขาของมหาวิทยาลัยต่างๆของไทยและให้บริการสืบค้นข้อมูลผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ศูนย์อิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) ได้เก็บแฟ้มข้อมูลเสียงและวีดิทัศน์ที่สำคัญสำหรับเผยแพร่ผ่านอินเทอร์เน็ต ตั้งแต่ พ.ศ. 2539 เป็นต้นมาในรูปคลังข้อมูลเสียงและภาพ (น้ำทิพย์ วิภาวิน, 2541, หน้า 15) โครงการศูนย์สารสนเทศเสียงไทย เป็นโครงการวิจัยที่ได้รับทุนสนับสนุนจากศูนย์อิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ สำนักงาน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ระหว่างปี 2539-2542 ได้รวบรวมตัวอย่างลีลาการใช้ภาษาไทย เช่น พระราชดำรัส ข่าว นิทานพื้นบ้าน และกวีนิพนธ์ไทย ข้อมูลสนทนาโต้ตอบ เพื่อใช้วิเคราะห์วิจัยภาษาพูดไทย (ยุพาพรรณ หุ่นจำลอง, 2541, หน้า 10) เป็นต้น ปัจจุบันห้องสมุดมหาวิทยาลัยในประเทศไทยได้ดำเนินการศึกษาพัฒนาการจัดเก็บ สารสนเทศและให้บริการข้อมูลในรูปแบบดิจิทัล เช่น มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีได้ร่วมกับบริษัทไอบีเอ็ม ประเทศไทย จำกัด ได้จัดทำโครงการห้องสมุดดิจิทัล ซึ่งเป็นการรวบรวมวิทยานิพนธ์ของมหาวิทยาลัยฉบับเต็ม (full- text) รวมถึงสารสนเทศรัชกาลที่ 4 มาจัดเก็บไว้ในรูปแบบของสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้บริการบนเว็บไซต์ สถาบันวิทยบริการ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้พัฒนาห้องสมุดดิจิทัลโดยจัดเก็บข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับโครงการตามพระราชดำริทำในรูปแบบมัลติมีเดียและได้จัดทำหนังสือหายากเพื่อให้บริการบนเว็บไซด์ สำนักหอสมุดสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า พระนครเหนือได้จัดทำสารสนเทศบางประเภทในรูปแบบของข้อมูลดิจิทัล เช่น บทคัดย่อวิทยานิพนธ์ หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ที่ห้องสมุดจัดหามาเพื่อให้บริการ รวมถึงการจัดทำวารสารอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นวารสารของสถาบันฯ เช่น วารสารสำนักหอสมุดในส่วนของมหาวิทยาลัยบูรพาได้สแกนบทคัดย่อวิทยานิพนธ์ และงานวิจัยภาคตะวันออกเชื่อมโยงกับฐานข้อมูลบรรณานุกรมของห้องสมุดรวมถึงจัดทำหน้าสารบัญวารสารออนไลน์ วิทยาลัยบริหารรัฐกิจ มหาวิทยาลัยบูรพาได้พัฒนาห้องสมุดดิจิทัลโดยจัดเก็บงานวิทยานิพนธ์ของนิสิตในรูปแบบข้อมูลดิจิทัลทั้งแบบที่เป็นบทคัดย่อและแบบฉบับเต็ม (full-text) ซึ่งผู้ใช้สามารถสืบค้นและทำสำเนาเอกสารได้สำนักหอสมุดกลาง มหาวิทยาลัยรามคำแหงได้จัดทำหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นตำราเรียนทุกเล่มของมหาวิทยาลัยรามคำแหง โดยจัดทำตำราเรียนไว้ 2 รูปแบบ คือ รูปแบบของไฟล์ .html โดยสามารถเปิดอ่านได้เลยจากห้องอ่านตำราเรียนและรูปแบบของไฟล์ .pdf ในส่วนของมหาวิทยาลัยเอกชน อาทิเช่น สำนักหอสมุดกลาง มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ได้จัดทำวารสาร อิเล็กทรอนิกส์ โดยเป็นวารสารของหน่วยงาน ผู้ใช้สามารถเข้าถึงได้ โดยผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยศรีปทุมได้จัดหาฐานข้อมูลและเชื่อมโยงฐานข้อมูลออนไลน์ เชื่อมโยงวารสารอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้บริการสืบค้นผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตมีอีกหลายมหาวิทยาลัยที่ได้จัดทำและพัฒนาฐานข้อมูลสำหรับจัดเก็บและแสดงเอกสารฉบับเต็มของวิทยานิพนธ์ งานวิจัย รวมทั้งฐานข้อมูลท้องถิ่นที่มหาวิทยาลัยแต่ละแห่งมีความเข้มแข็งและเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ ซึ่งในการพัฒนาห้องสมุดดิจิทัลของห้องสมุดมหาวิทยาลัยต่าง ๆ เหล่านั้นมีรูปแบบการพัฒนาที่หลากหลายมีความแตกต่างกัน ในด้านนโยบาย การดำเนินการ การใช้ซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์ บุคลากร งบประมาณ วิธีการพัฒนา รวมถึงปัญหาในการพัฒนา อาทิเช่น ค่าใช้จ่าย ลิขสิทธิ์ และการกำหนดมาตรฐาน เนื่องจากการจัดการสารสนเทศในรูปดิจิทัลเป็นงานที่มีการดำเนินงานหลายขั้นตอน จึงต้องมีการจัดการที่ดีตั้งแต่การกำหนดนโยบาย การสร้างข้อมูล การแปลงไฟล์ รวมถึงงบประมาณในการดำเนินการ การบำรุงรักษา จากการศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องพบว่าห้องสมุดมหาวิทยาลัยในประเทศไทยมีแนวโน้มในการปรับเปลี่ยนเพื่อพัฒนาเข้าสู่ห้องสมุดดิจิทัลมากขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์ในการจัดเก็บ รวบรวม และเผยแพร่ทรัพยากรสารสนเทศ เพื่อสนับสนุนการศึกษา การค้นคว้าวิจัยของอาจารย์ นักวิจัย นิสิต นักศึกษา บุคลากร และบุคคลที่สนใจทั่วไป อีกทั้งในปัจจุบันสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาได้เริ่มดำเนินการจัดทำโครงการฐานข้อมูลจัดเก็บเอกสารในรูปอิเล็กทรอนิกส์ (Digital Collection) ของห้องสมุดมหาวิทยาลัยของรัฐในประเทศไทย ดังนั้นจึงทำให้ผู้วิจัยสนใจที่จะศึกษาข้อมูลในการพัฒนาห้องสมุดดิจิทัลรวมถึงรูปแบบ เนื้อหา และขั้นตอนของการดำเนินงาน ของห้องสมุดมหาวิทยาลัยต่างๆ ตลอดจนปัญหาและอุปสรรคในการพัฒนาห้องสมุดดิจิทัล เพื่อทราบทิศทางของการพัฒนาห้องสมุดดิจิทัลของห้องสมุดมหาวิทยาลัยในประเทศไทย และเพื่อเป็นข้อมูลในการพัฒนาห้องสมุดดิจิทัลต่อไปวัตถุประสงค์ของการวิจัย 1. เพื่อศึกษาการพัฒนาห้องสมุดดิจิทัลของห้องสมุดมหาวิทยาลัยในปัจจุบันในด้านรูปแบบและเนื้อหา 2. เพื่อศึกษาปัญหาและอุปสรรคในการพัฒนาห้องสมุดดิจิทัลของห้องสมุดมหาวิทยาลัย 3. เพื่อศึกษาแนวโน้มการพัฒนาห้องสมุดดิจิทัลของห้องสมุดมหาวิทยาลัยในด้านรูปแบบและเนื้อหาความสำคัญของการศึกษาค้นคว้า ผลของการศึกษาค้นคว้าครั้งนี้ สามารถใช้เป็นแนวทางสำหรับห้องสมุดต่าง ๆ ในการ วางแผนพัฒนาและจัดทำห้องสมุดดิจิทัลทั้งในด้านรูปแบบและเนื้อหาขอบเขตของการวิจัย ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ หัวหน้าฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือผู้ที่มี หน้าที่รับผิดชอบในการพัฒนาห้องสมุดดิจิทัลของห้องสมุดมหาวิทยาลัยของรัฐและเอกชนรวมถึงวิทยาเขต จำนวนทั้งสิ้น 44 แห่ง โดยเป็นห้องสมุดมหาวิทยาลัยของรัฐ จำนวน 26 แห่ง และ ห้องสมุดมหาวิทยาลัยเอกชนจำนวน 18 แห่ง แห่งละ 1 คน รวมประชากรทั้งสิ้น 44 คน ทั้งนี้ศึกษาเฉพาะห้องสมุดของรัฐและเอกชนรวมถึงวิทยาเขตที่ได้พัฒนาห้องสมุดดิจิทัลแล้วเท่านั้นนิยามศัพท์เฉพาะ 1. ห้องสมุดมหาวิทยาลัย หมายถึง หน่วยงานบริการสารสนเทศในมหาวิทยาลัย ซึ่งอาจ เรียกว่า สำนักวิทยบริการ สำนักหอสมุด สำนักห้องสมุด สถาบันวิทยบริการ สำนักหอสมุดกลาง กองห้องสมุด สำนักบรรณสารสนเทศ สำนักบรรณสารและการพัฒนา ศูนย์บรรณสารและสื่อ การศึกษาทั้งของรัฐและเอกชนรวมถึงวิทยาเขตที่มีการจัดทำหรือพัฒนาห้องสมุดดิจิทัล จำนวน 44 แห่ง ในปีการศึกษา 2545 2. ผู้รับผิดชอบงานพัฒนาห้องสมุดดิจิทัล หมายถึง ผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบในการจัดทำ หรือพัฒนา หรือกำหนดนโยบายการดำเนินงานห้องสมุดดิจิทัลของห้องสมุดมหาวิทยาลัย 3. ห้องสมุดดิจิทัล หมายถึง ห้องสมุดที่ได้มีการจัดการทรัพยากรในรูปแบบดิจิทัลโดยจากการพัฒนาขึ้นเองหรือจัดหาและมีการออกแบบการเข้าถึงเนื้อหาสารสนเทศ มีเครื่องมือหรือวิธีการช่วยค้นสารสนเทศในระบบเครือข่ายที่เชื่อมโยงกันได้ทั่วโลก 4. การจัดหาสารสนเทศดิจิทัล หมายถึง การจัดซื้อ และ/หรือ จัดหาทรัพยากรสารสนเทศ หรือการเช่าซื้อสารสนเทศในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ เช่น วารสารอิเล็กทรอนิกส์ หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ และสารสนเทศอื่น ๆ ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์หรือดิจิทัล 5. รูปแบบ หมายถึง เทคโนโลยีที่ใช้ในการนำเสนอ วิธีการสร้างหรือแปลงสารสนเทศให้เป็นดิจิทัล ได้แก่ การสร้างโดยวิธีพิมพ์ขึ้นใหม่ การสแกน การถ่ายภาพจากกล้องดิจิทัล กล้องวีดิโอดิจิทัล ตลอดจนเทคโนโลยีที่ใช้ในการสืบค้น เช่น การใช้บูลีน การตัดคำ เป็นต้น 6. เนื้อหา หมายถึง เนื้อหาจากทรัพยากรสารสนเทศประเภทต่าง ๆ ที่ห้องสมุดแปลงเป็นรูปแบบดิจิทัล เช่น หนังสือ วารสาร งานวิจัย จดหมายเหตุ ข้อมูลท้องถิ่น วิทยานิพนธ์ เอกสารการสอน การบรรยาย การประชุมสัมมนา ฯลฯ หรือเนื้อหาจากทรัพยากรสารสนเทศที่จัดหา เช่นหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ วารสารอิเล็กทรอนิกส์ ฐานข้อมูลต่าง ๆ หรือ การเชื่อมโยงโดยการนำเทคโนโลยีไฮเปอร์เท็กซ์ (hypertext technology) มาประยุกต์ใช้เพื่อเก็บรวบรวมสารสนเทศที่มีอยู่ทั่วไปบนอินเทอร์เน็ตเพื่อให้บริการแก่ผู้ใช้ 7. PDF (Portable Document Format) หมายถึง ลักษณะของข้อมูลหรือไฟล์รูปแบบหนึ่งที่ใช้ในการจัดเก็บเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ โดยไม่สามารถแก้ไข (edit) ข้อมูลได้ใช้โปรแกรม Acrobat Distiller ในการจัดทำหรือแปลงข้อมูล 8. MARC หมายถึง โครงสร้างการลงรายการบรรณานุกรมของหนังสือ โสตทัศนวัสดุ และสื่อต่าง ๆ ในรูปแบบที่เครื่องคอมพิวเตอร์สามารถอ่านได้ 9. METADATA หมายถึง การอธิบายรายละเอียดของข้อมูลในเว็บ เพื่อให้สืบค้นข้อมูลจากเขตข้อมูล ใช้เกณฑ์การทำข้อมูลเช่นเดียวกับรายการหนังสือแต่เป็นสื่ออิเล็กทรอนิกส์
ห้องสมุดดิจิทัล (Digital Libraries)
ห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์เป็นเสมือนภาคอีเล็กทรอนิกส์ของห้องสมุดจริงที่เป็นแหล่งรวบรมสารสนเทศที่อยู่บนเครือข่าย คือ Internet และให้ความสำคัญกับการรวบรวม จำแนกและจัดระบบของสารนิเทศอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้ผู้ใช้สามารถใช้เทคนิควิธีการต่างๆในการค้น กลั่นกรอง และสรุป ห้องสมุดยุคใหม่ ได้พยายาม ปรับระบบการบริหารการจัดการทรัพยากร และการสงวนรักษาโดยใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ และมีการใช้เครือข่ายโดยเฉพาะ Internet ในการให้บริการเจ้าถึงทรัพยากรต่างๆ ห้องสมุดดิจิทัลเป็นห้องสมุดแห่งอนาคต และมีหน้าที่ในการสนองตอบผู้ให้ และสร้างความพึ่งพอใจให้กับผู้ใช้ ห้องสมุดดิจิทัล ให้สารนิเทศได้ทุกเวลาและในทุกที่ที่ต้องการ และต่างก็มีความพยายามในการทำให้ผู้ใช้รู้สึกมีความพอใจที่เข้ามาใช้ระบบแต่ก็จพิจารณาการใช้ระบบของผู้ใช้ไปพร้อมๆ กันด้วย การเปลี่ยนบทบาทของบรรณารักษ์จากการเน้นที่การจัดหา การสงวนรักษาและการจัดเก็บไปสู่การสอน การวิจัย และการเป็นที่ปรึกษาบรรณารักษ์จะมีส่วนร่วมในทีมวิจัย บรรณารักษ์ยังสามารถมีส่วนร่วมในฐานะสมาชิกของคณะทำงานออกแบบห้องสมุดดิจิทัลและอาจช่วยในการเลือกจัดหา และจัดการสารนิเทศรวมทั้งออกแบบเครื่องช่วยค้น รวมทั้งการเชื่อมประสานกับผู้ใช้ด้วย
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
โดยแนวคิดแล้ว ห้องสมุดดิจิทัล คือห้องสมุดที่ประกอบด้วยเนื้อหา หรือสารสนเทศดิจิทัล ที่อาจเป็นทั้งหนังสือ บทความ วารสาร เพลง ภาพนิ่งและวีดีโอ และอื่นๆ และการนำเนื้อหาใส่เข้าไปในซอฟต์แวร์ห้องสมุดดิจิทัล
ห้องสมุดดิจิทัลแตกต่างจากเว็บไซต์ ห้องสมุดทั่วไป และระบบห้องสมุดอัตโนมัติอย่างไร ??
ท่าน อจ. วิลาส บรรยายว่า .. ห้องสมุดดิจิทัลต่างจากเว็บไซต์ตรงที่
- เว็บไซต์ ไม่ได้จัดเก็บและจัดหมวดหมู่เนื้อหาสารสนเทศเป็นระบบเท่า ห้องสมุดดิจิทัล
- เว็บไซต์ไม่มีบัตรรายการหรือการทำรายการ ( Catalog) หรือเมทาดาทา (Metadata)
- เว็บไซต์ไม่มีการคำนึงถึงปัญหาการจัดเก็บ (Preservation) และข้อมูลแหล่งกำเนิด เช่น ใคร เป็นคนสร้าง เปลี่ยนแปลงเมื่อไหร่ ซึ่งเว็บไซต์จะเกิดง่ายและถูกลบได้ตลอดเวลา และห้องสมุดดิจิทัล ก็แตกต่างจากระบบห้องสมุดอัตโนมัติ ตรงที่ห้องสมุดอัตโนมัติประกอบด้วย function หรือโปรแกรมการทำงานย่อยๆ ตามลักษณะการทำงานของห้องสมุด ได้แก่ การจัดหา (Acquisiton) จัดทำรายการ (Cataloging )ทำดัชนี( Indexing)ให้บริการสืบค้นด้วยระบบ OPAC ผ่านเครือข่าย และให้บริการยืม-คืน ( Circulation) แต่ห้องสมุดดิจิทัลไม่ต้องยืมคืนหนังสือหรือเอกสาร เพราะสามารถใช้ความสามารถของเทคโนโลยีเครือข่ายเรียกใช้เอกสารตามต้องการได้โดยตรงจึงสามารถเข้าถึงได้ง่าย รวดเร็ว สนองความต้องการของผู้ใช้ในชุมชนได้
ตัวอย่างการนำไปใช้ที่น่าจะมีประโยชน์ต่อชุมชนวิชาการ ได้แก่ การจัดทำคลังความรู้หรือคลังข้อมูลของสถาบัน (Institutional Repositories) ซึ่งมีซอฟต์แวร์ฟรีที่สามารถนำมาพัฒนาได้ เช่น Greenstone, Dspaceสำหรับประเทศไทย จากที่ผู้เขียนศึกษาพบว่า การพัฒนาห้องสมุดดิจิทัลของบ้านเรา ยังเป็นลักษณะใช้ซอฟต์แวร์จัดเก็บทรัพยากรดิจิทัล เพื่อให้บริการในห้องสมุดแบบผสม (Hybrid Libray) คือยังเป็นห้องสมุดที่ให้บริการทั้งสิ่งพิมพ์ตัวเล่มและให้บริการสิ่งพิมพ์อิเล็กทรอนิกส์ด้วยควบคู่กันไป
ข้อดีของการนำซอฟต์แวร์ห้องสมุดดิจิทัลไปใช้ ที่เห็นเด่นชัดก็คือ
1. เป็นเครื่องมือในการสร้างชุมชนความรู้ในหน่วยงาน สถาบันหรือองค์กร ตัวอย่าง จากโปรแกรม Dspace สามารถสร้างชุมชนและชุมชนย่อยเพื่อเก็บข้อมูล ความรู้และให้ผู้อื่นสามารถเข้ามาดูได้
2. เป็นช่องทางในการจัดเก็บและสงวนรักษาทรัพยากรที่มีลักษณะเฉพาะ เช่น เอกสารหายาก ที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ซึ่งเสื่อมสภาพไปตามกาลเวลา ให้สามารถคงอยู่และใช้งานได้ในรูปแบบดิจิทัล
3. นำไปใช้ประโยชน์ในการสร้างความร่วมมือในการใช้ทรัพยากรร่วมกัน โดยเฉพาะห้องสมุดสถาบันอุดมศึกษา ที่แต่ละแห่งมีงบประมาณในการจัดซื้อทรัพยากรจำกัด หรือทรัพยากรที่เป็นลิขสิทธิ์ของสถาบันเช่น วิทยานิพนธ์ งานวิจัย เมื่อนำมาจัดเก็บในรูปดิจิทัล ผู้ใช้บริการสถาบันจะสามารถเข้าใช้บริการได้ แต่ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับนโยบายในการเผยแพร่ของแต่ละแห่ง และมีการจัดการด้านลิขสิทธิ์ที่ชัดเจน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์
ห้องสมุดติจิตอล เกิดขึ้นเนื่องจากสารสนเทศปัจจุบันบันทึกในรูปแบบดิจิตอล(ดิจิทัล)มากขึ้น ในขณะเดียวกันสารสนเทศใหม่ๆก็มีแนวโน้มที่จะบันทึกอยู่ในรูปดิจิทัลแทนสื่อสิ่งพิมพ์ เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการสืบค้นการประมวลผล ประหยัดเนื้อที่ในการจัดเก็บ และสามารถส่งถ่ายข้อมูลความรู้ เผยแพร่ไปสู่บุคคลต่างๆได้ทุกสถานที่ ทุกเวลาบนโลกนี้โดยผ่านเครือข่ายการสื่อสารสากล หรืออินเทอร์เน็ต ห้องสมุดดิจิทัล ห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์ และห้องสมุดเหมือน จึงเป็นห้องสมุดอีกรูปแบบหนึ่งที่เกิดขึ้นในยุคดิจิทัลที่มีความเจริญก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อตอบสนองความต้องการสารสนเทศของผู้อ่านได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่จำกัด เวลา และสถานที่ ห้องสมุดดิจิ ทัลไม่ต้องยืมคืนหนังสือหรือเอกสาร เพราะสามารถใช้ความสามารถของเทคโนโลยีเครือข่ายเรียกใช้เอกสารตามต้องการได้ โดยตรง จึงสามารถเข้าถึงได้ง่าย รวดเร็ว สนองความต้องการของผู้ใช้ในชุมชนได้
ตัวอย่างการนำไปใช้ที่น่าจะมีประโยชน์ต่อชุมชนวิชาการ ได้แก่ การจัดทำคลังความรู้หรือคลังข้อมูลของสถาบัน (Institutional Repositories) ซึ่งมีซอฟต์แวร์ฟรีที่สามารถนำมาพัฒนาได้ เช่น Greenstone, Dspace (ซึ่งมีอีกsลายโปรแกรม ส่วนใหญ๋ เป็น Open source software ต้องใช้เวลาในการศึกษาน่ะ ไม่ยากแต่ไม่ง่ายปัจจุบันกับอนาคตห้องสมุดดิจิตอลคงเพิ่มขึ้นอีกมากมายเพราะสารสนเทศเกิดแบบทะลักทลายมาก เป็นผลดีกับผู้ใช้ห้องสมุดนะพี่ว่าความเจริญเติบโตของทรัพยากรสารสนเทศ ความจำเป็นในการใช้สารสนเทศเพื่อพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และการพัฒนาประเทศ และความจำเป็นในการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงรูปแบบห้องสมุดให้ทันต่อ ความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี เพื่อปรับปรุงพัฒนาห้องสมุดต่างๆให้ก้าวหน้า ทันความต้องการของสังคม จริงๆ แล้ว ห้องสมุดดิจิตอลต่างประเทศมีมากมายน่ะ เยอะมากแต่ของประเทศไทยมีไม่กี่ที่เอง เด๋วลองคลิกเข้าไปดูน่ะ
ความหมายของห้องสมุดดิจิตอล
ห้องสมุดดิจิติล (Digital library) ใช้ในความหมายที่ใกล้เคียงกับคำว่า ห้องสมุดเสมือน (Virtual library) และห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic library) แต่มีความแตกต่างคือเป็นห้องสมุด ที่มีการจัดการและให้บริการเนื้อหาของข้อมูลอยู่ในรูปแบบดิจิตอลที่ผู้ใช้เข้าถึงเนื้อหาเอกสารเต็มรูป (Full – text) ได้โดยตรงมีการสร้างหรือจัดหาข้อมูลดิจิตอลมาจัดเก็บอย่างเป็นระบบเพื่อความสะดวกในการสืบค้นและให้บริการผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต มีเป้าหมายเพื่อให้บริการข้อมูลเช่นเดียวกับ ห้องสมุดแบบดั้งเดิม ซึ่งข้อมูลที่อยู่รูปแบบดิจิตอลมีหลายรูปแบบได้แก่ ข้อมูลที่แปลงมาจากข้อมูลในสิ่งพิมพ์ ข้อมูลที่สร้างขึ้นใหม่ให้อยู่ในรูปแบบดิจิตอลข้อมูลจากซีดีรอม ข้อมูลในวารสารอิเล็กทรอนิกส์ หนังสืออิเล็กทรอนิกส์และจากฐานข้อมูลออนไลน์ ทรัพยากรในห้องสมุดดิจิตอลมาจากหลายสื่อทั้งที่อยู่ในรูปสิ่งพิมพ์ สื่อโสตทัศน์ และข้อมูลดิจิตอลในสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งในห้องสมุดมีการผสมผสานการให้บริการข้อมูลจากสื่อทุกประเภททั้งรูปแบบของการใช้ระบบห้องสมุดอัตโนมัติในการจัดการระบบงานห้องสมุดและการพัฒนาห้องสมุด ดิจิตอลเพื่อจัดเก็บและให้บริการข้อมูลที่ผู้ใช้เข้าถึงเนื้อหาได้โดยตรง ความหมายในทางเทคโนโลยีของทรัพยากรที่อยู่ในห้องสมุดแบบดั้งเดิมคือสิ่งพิมพ์หรือสื่อที่เป็นวัสดุเรียกว่า Physical objects คือเนื้อหาเรียกว่า Contents ซึ่งประกอบด้วยข้อมูลหรือ Data ในหลาย items และข้อมูล อธิบายรายละเอียดของข้อมูลหรือ Data นั้น ๆ เรียกว่า Metadata หรือ Properties.
ดังนั้นในความหมายของห้องสมุดดิจิตอล ประกอบด้วย
1. ห้องสมุดที่มีการจัดหาหรือสร้างข้อมูล Information contents ให้เป็น Digital objects. 2. ห้องสมุดที่มีการจัดการข้อมูลในรูปแบบดิจิตอลที่เรียกว่า เป็น Digital objects เริ่มจากมีการจัดการ การเผยแพร่ข้อมูลและการใช้ข้อมูลที่จัดเก็บไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์หลักหรือในหลาย ๆ แหล่งจัดเก็บข้อมู(Repositories)ผ่านระบบเครือข่าย
3. ผู้ใช้เรียกใช้ข้อมูลได้โดยตรงเป็นเนื้อหาเต็มรูปโดยผู้ใช้ไม่ต้องมาที่อาคารห้องสมุดและไม่ใช้ข้อมูลผ่านผู้ให้บริการหรือบรรณารักษ์
4. ห้องสมุดดิจิตอล มีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศที่เกี่ยวข้อง เช่น เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ เทคโนโลยีการสื่อสาร การจัดการสารสนเทศ และการติดต่อกับผู้ใช้ 5. ห้องสมุดดิจิตอลมีการจัดหมวดหมู่ให้เป็นระบบในลักษณะ Metadata เพื่อความสะดวก ในการค้นหาและเพื่อให้การจัดการข้อมูลดิจิตอลมีมาตรฐานในการใช้ข้อมูลดิจิตอลร่วมกัน รวมถึงการแลกเปลี่ยนข้อมูล
ลักษณะของห้องสมุดดิจิตอล
องค์ประกอบของการพัฒนาห้องสมุดดิจิตอล ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ (Hardware) โปรแกรมคอมพิวเตอร์ (Software) บุคลากร (Staff) และทรัพยากรที่จัดเก็บในรูปดิจิตอล (Collection) ซึ่งทำให้การจัดการระบบสารสนเทศห้องสมุดมีลักษณะดังต่อไปนี้
1. มีทรัพยากรที่เป็นข้อมูลอยู่ในรูปดิจิตอลเรียกว่า digital object หรือเรียกว่า Collection of information objects ได้แก่ ข้อมูลที่เป็นตัวอักษร รูปภาพ เสียง และภาพเคลื่อนไหว (Language – based, Image – based, Sound – based, Motion – based) จัดเก็บไว้ในแหล่งจัดเก็บข้อมูล (Repository) ซึ่งเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์หลักที่ใช้จัดเก็บข้อมูล (Server)
2. มีการบริหารจัดการในลักษณะขององค์กร เช่นเดียวกับการจัดการห้องสมุดโดยมีการคัดเลือก การจัดเก็บข้อมูลไว้ในฐานข้อมูล การเผยแพร่ข้อมูล และมีเครื่องมือช่วยค้นที่ให้ความสะดวกแก่ผู้ใช้
3. มีการใช้เทคโนโลยีในการสร้างข้อมูล การจัดเก็บ การค้นหา การเผยแพร่ผ่านระบบเครือข่าย
4. มีการบริการข้อมูลในลักษณะการใช้ข้อมูลร่วมกัน (fair use)
5. มีการแนะนำการใช้ข้อมูลแก่ผู้ใช้และการอ้างอิงข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
6. มีวัฎจักรของการพัฒนาห้องสมุดดิจิตอล ได้แก่ การสร้างข้อมูลดิจิตอล (Creation) การเผยแพร่ข้อมูล (Dissemination) การใช้ข้อมูล (Use) และการอนุรักษ์ข้อมูล (Preservation)
ความแตกต่างของห้องสมุดแบบเดิมและห้องสมุดดิจิตอล
การทำงานของห้องสมุดแบบเดิมผู้ใช้จะมาใช้ทรัพยาสารนิเทศ เช่นหนังสือ วารสาร สิ่งพิมพ์อื่น ๆ ในสถานที่จัดเก็บทรัพยากรคือห้องสมุด หรือใช้ค้นรายการบรรณานุกรมก่อนที่จะหาทรัพยากรที่ต้องการ เป็นห้องสมุดที่เน้นการมี Collection บริการภายในอาคารสถานที่
ส่วนห้องสมุดดิจิตอลมีการจัดเก็บข้อมูลไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์หลัก (Server) โดยผู้ใช้เข้าใช้ข้อมูลได้โดยตรงผ่านระบบเครือข่ายหรือค้นผ่านรายการสืบค้น (Catalog) โดยมีองค์ประกอบ การทำงานของห้องสมุดดิจิตอลได้แก่ การสร้างและจัดหา (Creat and capture) การจัดเก็บและจัดการข้อมูล (Storage and Management ) การสืบค้น (Search / Access) การเผยแพร่ข้อมูล (Distribution) และการพิจารณาในแง่ลิขสิทธิ์ของข้อมูลก่อนที่จะนำไปใช้กระบวนการพัฒนาห้องสมุดดิจิตอล
การพัฒนาห้องสมุดดิจิตอลเป็นการวางแผนการจัดการข้อมูลดิจิตอลที่ต้องมีวัตถุประสงค์ชัดเจนตามโครงการหรือแผนงานที่วางไว้โดยการพัฒนาโครงการห้องสมุดดิจิตอลจำเป็นจะต้อง พิจารณาองค์ประกอบเหล่านี้
1. วัตถุประสงค์และความจำเป็นของการพัฒนา
2. เนื้อหาที่ต้องการจัดเก็บ
3. ขนาดของโครงการที่จะพัฒนา เนื่องจากเกี่ยวข้องกับงบประมาณ
4. อุปกรณ์ที่ต้องการใช้ในโครงการและการสนับสนุนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
5. กำหนดผู้เชี่ยวชาญแต่ละด้านเพื่อพัฒนางานตามโครงการ
โดยมี ขั้นตอนการพัฒนาห้องสมุดดิจิตอล ดังรูปและมีรายละเอียด ดังนี้
1. การคัดเลือกและจัดหาทรัพยากรและการสร้าง collection (Information Acquisition and Collection) รวมถึงการแปลงข้อมูลให้อยู่ในรูปแบบดิจิตอล เป็นขั้นตอนของการคัดเลือก (Selection) และการแปลงข้อมูล (Digitization) ให้อยู่ในรูป digital objects ซึ่งอยู่ในรูปของ digital publishing และ multimedia objectsกรอบของการพัฒนาห้องสมุดดิจิตอล คือการสร้าง information contents ให้เป็น digital objects โดยใช้เทคโนโลยี Object-oriented technology. มีการสร้างข้อมูล digital objects ไว้ในรูป แฟ้มข้อมูลเช่น SGML,HTML,XML Content Reproductions เป็นการสร้างข้อมูลในรูปแบบต่าง ๆ เช่น digital images, searchable texts, recorded-sound files, moving-images files โดยสัมพันธ์กับการทำ administrative และ structural metadata เพื่อบอกรูปแบบของข้อมูลที่จัดเก็บว่าเป็น text – image files หรือ multimedia objects. 2. การทำดรรชนีข้อมูลที่จัดเก็บและการจัดเก็บข้อมูลไว้ใน collection (Infprmation Indexing and Organization) เป็นการจัดเก็บข้อมูลเป็นหมวดหมู่และหัวเรื่องในลักษณะการทำ Metadata และการจัดเก็บข้อมูลไว้ในฐานข้อมูลเพื่อความสะดวกในการค้นหาข้อมูลที่ต้องการเป็นขั้นตอนของการทำ Calaloging,/Indexing./Storing,/Organizing ข้อมูลในรูป digital objects ข้อมูลที่จัดเก็บจะมีการกำหนดรายละเอียดไว้ในรายการบรรณานุกรมของข้อมูล ที่เรียกว่า descriptive metadata. หรือ bibliographic records. ได้แก่
2.1 ข้อมูลในรูป MARC format ได้แก่ 245 Title statement 856 Electronic acces
2.2 ข้อมูลในรูป Metadata ตามมาตรฐานการประชุมร่วมกันของ Dublin Core มี 15 elements ได้แก่
1. Title 2. Creator 3. Subject 4. Description 5. Publisher 6. Contributor 7.Date 8. Type 9. Format 10.Identifier 11. Source 12. Language 13.Relaton 14. Coverage 15.Rights
3. การเผยแพร่ข้อมูลและการนำมาใช้ (Information Dissemination and Utilization) เป็นการเผยแพร่ข้อมูลในลักษณะที่ผู้ใช้ค้นหาข้อมูลที่ต้องการได้ด้วยตนเอง (User-centered) เพื่อความสะดวกและการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ ประกอบด้วยการสืบค้น หรือเข้าถึงข้อมูลเช่นการ query, search, retrieval. นอกจากนี้การพัฒนาห้องสมุดดิจิตอล ประกอบด้วยเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องดังนี้
1. เทคโนโลยีการคัดเลือดและการสร้างเนื้อหา / Contents processing technology ได้แก่ เทคโนโลยีการสร้างข้อมูลดิจิตอล การจัดเก็บและการค้นหา รวมถึงเทคโนโลยีที่ใช้ในการแปลงข้อมูล โดยมีเทคนิคการแปลงข้อมูล (Digitization) พร้อมอุปกรณ์จัดเก็บ (Storage)
2. เทคโนโลยีในการเข้าถึงหรือการสืบค้นข้อมูล โดยไม่จำกัดเวลาและสถานที่ เช่นการทำดรรชนี และเครื่องมือช่วยค้น (Indexing and search)
3. เทคโนโลยีที่ช่วยให้ผู้ใช้เรียกใช้ข้อมูลได้ง่าย ซึ่งช่วยปรับปรุงพฤติกรรมการใช้ข้อมูลของผู้ใช้ เช่น หน้าจอ Web sites หรือ Interfaces : GUI (graphical user interface) ความหลากหลายของสารสนเทศ ทำให้ผู้ใช้ผู้ใช้เรียกใช้ข้อมูลจาก web sites ได้ง่ายขึ้นและมากขึ้น
4. การทำแบบจำลองโปรแกรม เพื่อการใช้ข้อมูลร่วมกัน เช่นการทำ Rapid Prototyping เป็นการพัฒนามาตรฐานของข้อมูลให้ใช้ร่วมกันได้โดยใช้หลักการของ Software engineering
ลักษณะการใช้งานห้องสมุดดิจิตอล เป็นการเข้าถึงเนื้อหาของข้อมูลโดยตรง ผ่าน Web site มีประโยชน์เพื่อเป็นการอนุรักษ์ข้อมูลที่มีคุณค่าโดยเฉพาะข้อมูลเก่าแก่ที่หายาก ทำให้ผู้ใช้หลายคนเข้าถึงข้อมูลที่ต้องการได้ในเวลาเดียวกัน และทำให้ผุ้ใช้เข้าถึงเนื้อหาของข้อมูลได้โดยตรง ดังรูป
การพัฒนาห้องสมุดดิจิตอล
เป็นการใช้แนวคิดในการจัดการระบบงานห้องสมุดมาใช้ในการจัดการข้อมูลในรูปแบบดิจิตอล โดยใช้หลักการของการจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศซึ่งต้องศึกษาความพร้อมทั้งด้านความต้องการของผู้ใช้ ความจำเป็นสภาพทางเศรษฐกิจและสังคมกำลังคนเทคโนโลยีความคุ้มค่าในการลงทุนให้เป็นประโยชน์แก่ผู้ใช้ข้อมูลในองค์กรและเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม โดยใช้องค์ประกอบที่เกี่ยวข้องร่วมกันในการสร้างแหล่งความรู้ของสังคมรูปแบบใหม่ การพัฒนาห้องสมุดดิจิตอลจะสำเร็จได้ด้วยความร่วมมือของบุคลากรหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการจัดการข้อมูล ความพร้อมทางเทคโนโลยีสารสนเทศที่ใช้และงบประมาณความจำเป็นในการพัฒนาห้องสมุดดิจิตอล
เกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีของสื่อที่ใช้ในการจัดเก็บข้อมูลและความต้องการของผู้ใช้ในการใช้ข้อมูลร่วมกันผ่านเครือข่ายที่จะได้รับความสะดวกและรวดเร็วในการเข้าถึงข้อมูลที่ต้องการ เป็นการอนุรักษ์ความรู้ และแหล่งความรู้ทางปัญญาเพื่อประโยชน์ของการอนุรักษ์คุณค่าทางวัฒนธรรม และประวัติศาสตร์หากห้องสมุดของไทยมีโครงการความร่วมมือในการพัฒนาห้องสมุดดิจิตอลมากขึ้นก็จะเป็นประโยชน์มากในทุกด้าน
หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ หรือ e - Book คือ อะไร
e - Book (electronic book) หมายถึง หนังสือหรือเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ ที่ผู้อ่านสามารถอ่านผ่านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องปาล์ม หรือเครื่องอ่าน e-book โดยเฉพาะ มีลักษณะเด่นกว่าหนังสือที่เป็นกระดาษที่สามารถแสดงผลด้วยภาพ เสียง ภาพเคลื่อนไหวได้ นอกเหนือจากข้อความที่เป็นตัวอักษร อุปกรณ์ที่ใช้ในการอ่าน
ปัจจุบันนอกจากห้องสมุดจะให้บริการในรูปสิ่งพิมพ์แล้ว ยังมีการบอกรับเป็นสมาชิกหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ในบางสาขาวิชา ลักษณะของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์เป็นหนังสือที่มีเนื้อหาความรู้อยู่ในรูปแบบข้อมูลดิจิทัล สามารถอ่านจากหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือมีการเรียกใช้ทางอินเตอร์เน็ต โดยอาจใช้เครื่องอ่านหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ที่ผลิตขึ้นมาโดยเฉพาะ เรียกว่า e-book reader
การทำหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Publishing)
การทำหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Publishing) เป็นหนังสือที่จัดทำด้วยระบบคอมพิวเตอร์ โดยไม่พิมพ์เนื้อหาสาระของหนังสือบนกระดาษ หรือจัดพิมพ์เป็นรูปเล่มหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ สามารถเปิดอ่านได้จากจอภาพคอมพิวเตอร์ เหมือนกับเปิดอ่านจากหนังสือโดยตรง แต่หนังสืออิเล็กทรอนิกส์มีความสามารถมากมาย เช่น ข้อความภายในหนังสือสามารถเชื่อมโยงกับข้อความภายในหนังสือเล่มอื่นได้ โดยเพียงผู้อ่านกดเม้าส์ในตำแหน่งที่สนใจแล้ว www Browsers จะทำหน้าที่ดึงข้อมูลที่เชื่อมโยงมาแสดงให้อ่านหนังสือได้ทันทีหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ สามารถแสดงข้อความ อักษร เสียง ภาพเคลื่อนไหวเสมือนวิดีโอ นอกจากนี้สามารถสอบถามและสืบค้นข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตได้ด้วยหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ จากจอคอมพิวเตอร์เครื่องเดียว สามารถอ่านหนังสือ หรือสืบค้นข้อมูลต่าง ๆ ได้ทั่วโลก หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ เป็นแฟ้มข้อมูลประเภทข้อความ (Text file) สามารถเขียนหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ได้ด้วยโปรแกรมแท็กซ์เอติเตอร์ หรือเวิร์ดโปรเซสเซอร์ทั่วไปก็ได้ ข้อความที่เขียนต้องเป็นไปตามหลักภาษา HTML (Hypertext Markup Language) โดยภายในแฟ้มประกอบด้วยข้อความที่ต้องการให้อ่าน และข้อความกำกับเมื่อดูด้วยโปรแกรม Browsers จะเห็นเฉพาะข้อความจริงเท่านั้นไฮเปอร์เท็กซ์ (Hypertext) และไฮเปอร์มีเดีย (Hypermedia) ไฮเปอร์เท็กซ์ ( Hypertext) เป็นระดับย่อยของไฮเปอร์มีเดีย ไฮเปอร์เท็กซ์นำเสนอเนื้อหาที่เป็นข้อความ ในขณะที่ไฮเปอร์มีเดียนำเสนอเนื้อหาในรูปแบบสื่อประสม เทคนิคไฮเปอร์มีเดียเป็นเทคนิคที่สำคัญ เพราะเป็นเทคนิคที่ใช้กับสื่อผสมอื่น ๆ ได้ทุกชนิด คอมพิวเตอร์สามารถนำเสนอได้ในรูปแบบสื่อต่าง ๆ ได้ทั้งเสียง ภาพนิ่ง และภาพเคลื่อนไหว ในขณะเดียวกันไฮเปอร์เท็กซ์ นำเสนอเฉพาะเนื้อหาที่เป็นตัวอักษรหรือข้อความเท่านั้น ทั้งไฮเปอร์เท็กซ์ (Hypretext) และไฮเปอร์มีเดีย (Hypremedia) ต่างมีบทบาทสำคัญใรระบบห้องสมุดเสมือน (Virtual Library) ต่างต้องใช้ทั้ง 2 รูปแบบในการช่วยนำเสนอขณะค้นหาข้อมูลของผู้ใช้
ที่มา : สงวน พงศ์กิจวิทูร เมธี พงศ์กิจวิทูร, ฐานข้อมูลสำหรับห้องสมุดดิจิทัล, วารสารวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น, ปีที่ 27, ฉบับที่ 3, เดือน กรกฎาคม - กันยายน 2543
ที่มา : พิมพ์รำไพ เปรมสมิทธิ์ / บรรณศาสตร์ปีที่ ฉบับที่ เดือน ปี (น. )
Link ที่เกี่ยวข้อง http://www.greenstone.org
http://www.dspace.org
http://portal.unesco.org แหล่งข้อมูล free software สำหรับพัฒนาฐานข้อมูลต่างๆ
http://www.kids-d.org โครงการระบบคิดดี
แหล่งอ้างอิง:http://www.bnc.ac.th/library/e-library_1.htm
หมวดหมู่: วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี
คำสำคัญ: รู้ความหมายของห้องสมุดดิจิตอล (digital library)
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน
สร้าง: ศ. 28 ส.ค. 2552 @ 21:17 แก้ไข: ศ. 28 ส.ค. 2552 @ 21:17
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น